Make your own free website on Tripod.com

 

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กรกฎาคม 2544

     วันสุดท้าย ของนักเตะ LFC. ในการเยือนเมืองไทย และร่วมฟาดแข้งกับทีมชาติไทย ตามกำหนดการนั้น 8.30 - 9.00 นักเตะ LFC จะรับประทานอาหารเช้า และก็จะพักผ่อน ตามอัธยาศัย ที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องสำหรับ รับประทานอาหาร และก็เป็นห้องพักผ่อนของนักกีฬาด้วย

     9.00 น.ผมและ Staff L.T.F. (เฮียทอม , เฮียบูม,พี่ชัย ,พี่อ๊อด ,พี่ยุ้ย รวมทั้งผม) ได้เดินทางมาที่ โรงแรม เมอร์เชี่ยน คอร์ท รัชดาฯเรียบร้อยแล้วครับ ซึ่งก่อนหน้านั้น ก็ได้เจอกับน้องๆ ที่มารอเจอนักเตะที่โรงแรม ซึ่งเขาก็ได้มาทักทาย กับพวกเราด้วย ผมทราบ มาเป็นบางคนนะครับ จะเล่าให้ฟัง ในความพยายาม ในการรอพบนักเตะในดวงใจ ของตนเอง
น้องทั้งสองคน ที่ผมได้คุยด้วย ก็คือ น้องเจลจิรา มารศรี (อายุ 21ปี), น้องวนิดา (อายุ 18ปี) ซึ่งทั้งสอง เป็นชาวจังหวัด อุบลราชธานี น้องเจลนั้นเรียนที่ ม.อุบลราชธานี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ส่วนน้องวนิดา กำลังจะเข้าเรียนที่ เอแบค ซึ่งผมก็ทราบมาว่าน้องทั้ง 2 คนนี้ ได้จองโรงแรมที่พัก ที่นี่เลย โดยจองโรงแรม เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน และน้องทั้งสองนั้น เตรียมของที่จะให้นักเตะเซ็น มาด้วยเยอะมากๆ เลยครับ และก็ได้ลายเซ็นต์ ไปบ้างแล้ว ผมถามเขาว่า ค่าใช้จ่ายแพงไหม? ทั้งสองตอบผม อย่างประทับใจมาก ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ เสียเงินไม่เท่าไหร่หรอก แต่ขอให้ได้ทำในสิ่งที่ ตั้งตารอคอยมานาน ให้สำเร็จก็ดีใจแล้วค่ะ เรื่องของความรู้สึกที่ดีๆ กับนักเตะ เป็นเรื่องที่สำคัญกว่า (น้องเขาตอบมาแบบนี้) ผมประทับใจเหลือเกิน ไม่น่าเชื่อว่า THE KOP IN THAILAND จะมีความคลั่งไคล้ นักเตะมากเช่นนี้ และน้องคนต่อไป ก็ไม่ใช่ใคร ก็น้องเล็กนั่นเอง น้องเล็กบอกกับผมว่า "ตั้งแต่ นักเตะของ LFC เลิกซ้อมที่สนามศุภฯ เล็กรอเจอ กับนักเตะที่โรงแรมนี้ถึง 3.00 น. (ตี 3 นะจ๊ะ) แต่ก็ไม่พบใครสักคนเลย แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ แค่ได้รอก็ดีใจแล้ว" คิดดูสิครับนี่ไม่ได้เจอยังรอถึงขนาดนี้

     10.00 น. เหตุที่เราต้องมาที่โรงแรมนั้น ก็เนื่องมาจาก คุณแคธี่ , พี่เปี๊ยบ จาก COKE ให้ความอนุเคราะห์ กับตัวแทนจาก แฟนคลับ ขึ้นไปมอบของให้นักเตะ ทำให้เราต้องรีบมากันที่นี่ พร้อมกันกับของที่ระลึก ที่ทาง แฟนคลับ ได้เตรียมจัดไว้ให้จำนวนมากให้กับบรรดานักเตะและ Staff ด้วยเช่นกัน

     * ผมเล่าย้อนนิดนึงนะครับ ตั้งแต่งาน กาล่าร์ ดินเนอร์ ที่โรงแรมสยาม คอนติเนนตอล นั้น
เฮียทอม ได้มีโอกาส มอบของให้ ริค แพร์รี่ ซึ่งพี่เขาก็ได้ให้ของที่ระลึกให้กับ ริค ซึ่งเฮียทอมบอก ริค แพร์รี่ ต่อไปว่า พวกเรา ลิเวอร์พูลไทยแลนด์แฟนคลับ (L.T.F.) ได้เตรียมของมา ให้นักเตะ แต่ละคนที่มาเมืองไทย ในครั้งนี้ด้วย แต่ไม่มีโอกาสให้นักเตะเลย เป็นไปได้ไหม ที่พวกเราจะมอบ ให้นักเตะแบบ One By One ซึ่ง ริค แพร์รี่ บอกกับเราว่า O.K. No Problem You Can Do It ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับพวกเรา L.T.F. เหลือเกิน แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นก็คือ เราจะเอาเวลาไหน ที่จะมอบให้นักเตะกันดี เพราะว่านักเตะมีเวลาอยู่น้อยมาก มีกำหนดตารางอยู่ตลอด

     เหตุนี้เองทำให้ เรามีวันนี้ วันที่เรา L.T.F. ได้มีโอกาส มอบของที่ระลึก ที่เราทำขึ้น ให้นักเตะ ที่เราชื่นชอบทุกคน รวมถึง Staff ของ LFC ด้วยเช่นกันครับผม

     11.00 น. พวกเรา L.T.F. ได้มีโอกาสหอบข้าวของ ที่เตรียมมาขึ้นไปมอบของให้นักเตะ และ Staff ของ LFC ที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องสำหรับพักผ่อน และรับประทานอาหารของนักเตะ ซึ่ง ต้องขอบคุณ คุณแคธี่ , พี่เปี๊ยบ จาก COKE ที่ให้การสนับสนุนแฟนคลับ มาตั้งแต่ต้น จนประสบความสำเร็จ อย่างทุกวันนี้

     ลิฟต์ก็เปิดที่ชั้น 3 แล้ว คนแรกที่ยืนรอเราอยู่ก็คือ ริค แพร์รี่ ผู้ซึ่งเป็นผู้บริหารสโมสร และมีพระคุณกับ ลิเวอร์พูลไทยแลนด์แฟนคลับ (L.T.F.) อย่างสูง ถ้าไม่มี ริค แพร์รี่ เราก็คงจะไม่มีวันนี้ ซึ่งเขาจำ พวกเราได้ เพราะว่าเราเคยไปร่วมงานแถลงข่าวในเดือน มีนาคมที่ผ่านมา โดย ริค บอกเราว่า รออยู่ที่นี่นะครับ เดี๋ยวผมมาจะเข้าไปบอกนักเตะ ในห้องรับประทานอาหาร ให้ออกมาพบกันพวกคุณที่นี่ (พวกเราลิเวอร์พูลไทยแลนด์แฟนคลับ(L.T.F.) ประทับใจ ริค มากที่ให้โอกาสแฟนคลับ เป็นอย่างมากในการใกล้ชิดกับนักเตะ)

     จากนั้น ริค แพร์รี่ ก็ออกมาพร้อมกับ ฟิล ธอมป์สัน (ซึ่ง 2 ท่านนี้มีพระคุณกับเรามากจริงๆ) ซึ่ง ฟิล ดูจะดีใจมาก ที่ได้เจอกับพวกเราอีก เราก็ดีใจเช่นกันที่ คุณทั้งสอง จำเราได้ และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เฮียทอม ก็มอบ รูปล้อเลียน ริค แพร์รี่ ,ฟิล ธอมป์สัน ให้ทั้งสองท่าน ซึ่งภาพที่ให้นั้น จะเขียนใต้ภาพว่า ทุกภาพที่เราจะมอบให้กับนักเตะ หรือ Staff LFC นั้น

WELCOME TO THAILAND …. THE KOP IN THAILAND & LIVERPOOL THAILAND FANCLUB (THAILAND)

     ดูท่าทางทั้งสองคน จะชอบมาก ถึงขนาดหัวเราะออกมาเลยครับ ประตูห้องอาหาร เปิดออกมาแล้ว ……. (ใคร?จะเดินออกมาคนแรก) เขาก็คือ โฟรเด้ คิปเป้ นักเตะ ที่มีผ้าพันหัวขณะที่ซ้อมนั่นเอง ผมเห็นเขาชัดๆ เลยว่าเขามีแผล ที่คิ้วข้างซ้าย ซึ่งเจ้าตัวบอกเราว่า บาดเจ็บ ระหว่างฝึกซ้อมนั่นเอง (โดนรองเท้าใครก็ไม่รู้) คิปเป้ เป็นคนแรกที่ได้ของจากเราไปนั่นเอง นักเตะคนต่อมา ก็คือ อีกอร์ บิสคาน ดาวเตะชาวโครแอต ซึ่งเมื่อเขาได้เห็นของที่เรามอบให้เขาแล้ว ถึงกับอมยิ้มไปเลย พร้อมกับแจกลายเซ็น ให้กับเราด้วย

     คราวนี้ มาทีเดียว 2 ท่านเลยก็คือ นักเตะสัญชาติฝรั่งเศส ดิโอแม้ด และ ตราโอเร่ ผมได้ยินเขาพูดภาษาฝรั่งเศสกัน (ไม่รู้เรื่องเลย) กว่าจะหารูป ให้ทั้งสองได้ก็นานพอสมควร เหตุเพราะว่า รูปที่เราเตรียมมามอบให้นั้น มีเยอะมาก ผมสังเกตดูแล้วรู้สึกว่า ดิโอแม้ด จะชอบมาก โดยเฉพาะทรงผมของเขา เขาบอกผมว่าเหมือนตัวเขาจริงมาก นักเตะคนต่อมา ที่เดินทางมาหาพวกเราเลยก็คือ ปราการหลังร่างโย่ง ซามี่ ฮูเปีย โดย ซามี่ มอบลายเซ็น ให้กับพวกเราอย่างตั้งใจ และเขาก็คุยกับพวกเรา อย่างเป็นกันเองมากๆ เพื่อเป็นการตอบแทนเขา เราเลยมอบของที่ระลึก จากเราให้เขาเหมือนนักเตะคนอื่นๆทั่วไป

    

     

ความสนุกสนานในการมอบของที่ระลึก


     เรื่องที่เรามอบของ ให้กับนักเตะนี้นั้น มีเรื่องสนุกๆปนอยู่ด้วย คือว่า หลังจากที่ เราได้มอบรูป ที่ระลึกให้กับ ซามี่ ฮูเปีย แล้ว (ดูเขาจะชอบเป็นพิเศษ) เสียด้วย คนต่อไป ที่เราเห็นเขาเดินมาหาเรานั้น ไม่ใช่ใคร? เขาทั้งคู่เป็น ชาวเมืองลิเวอร์พูล ตั้งแต่เกิด เป็น THE KOP ตั้งแต่อยู่ในท้องพ่อท้องแม่เลยก็ว่าได้ เขาก็คือ เจมี่ คาราเกอร์ ,สตีเฟ่น ไรท์ ซึ่งเมื่อทั้ง 2 คน ได้รูปของแต่ละคนไปแล้วนั้น เจมี่ คาราเกอร์ ดูจะผิดหวังมาก เพราะว่า เขาบอกว่านี่ไม่ใช่รูปเขา นี่เป็นรูปของ สตีเฟ่น ไรท์ (แต่จริงๆ แล้วเป็นของเขา) และกลับกัน สตีเฟ่น ไรท์ หัวเราะคาราเกอร์ พร้อมกับบอก คาราเกอร์ ด้วยว่า " ฮ่าๆ รูปของแก ก็เหมือนกับ ของฉันเลย ไม่ต้องเสียใจ นึกว่าได้รูปฉัน ไปอีกใบก็แล้วกันนะ" ความมันอยู่ตรงนี้สิครับ คาราเกอร์ และ ไรท์ ทั้งคู่นำรูป ที่เรามอบให้ ไปอวดนักเตะ ในห้องพักผ่อน สำหรับนักเตะ ที่ชั้น 3 ทำให้คนที่ยังไม่ได้รูป ออกมาหาเรา และถามเราว่ามีรูปของเขาไหม โดยเฉพาะ ผู้ที่ทุกคนคาดไม่ถึงอย่าง เชราร์ อุลลิเย่ร์ เดินออกมาหาเรา และถามว่ามีรูปของเขาไหม? เขาเห็นรูป ของทั้งสองคนแล้ว น่ารักดี แล้วของเขามีไหม? แน่นอนสิครับ เราต้องมีรูปเขา อย่างแน่นอน และรูปของเขานั้น เป็นรูปที่เขาถือถ้วย Uefa Cup อยู่ซึ่งเจ้าตัว ดูพอใจมาก กับรูปที่ได้รับไป

     * คุณรู้หรือไม่? เชราร์ อุลลิเย่ร์ เป็นผู้จัดการทีมคนที่ 2 ที่เป็นชาวฝรั่งเศส ที่สามารถ พาทีมคว้าแชมป์ UEFA CUP ได้เป็นผลสำเร็จ

     เมื่อได้รูปของเขาไปแล้ว อุลลิเย่ร์ ก็กลับเข้าห้องไป (คงไปอวดนักเตะอีกแน่ๆ เลย) และสักพักก็เดินออกมา พร้อมกับถามเราว่า รูป แซมมี่ ลี มีไหม? ซึ่งก็ต้องขอโทษ แซมมี่ ลี ด้วยเพราะว่า ไม่ได้เตรียมมาให้ ทำไม่ทันจริงๆ (แต่ตอนนี้คาดว่ารูปนี้กำลังจะไปถึงมือ แซมมี่ ลี ที่ อังกฤษแล้ว) คิดดูซิ อุลลิเย่ร์ ยังมาช่วยพวกเรา L.T.F. โดย เชราร์ ได้ช่วยเฮียทอม เฮียบูม รื้อรูปในกล่อง เพื่อหารูปให้กับ แซมมี่ ลี . ใครจะไปคิดว่า เขาจะชอบรูปเราขนาดนี้ (ผมเสียดาย ที่ไม่ได้ถ่ายภาพนี้ เก็บไว้ให้ THE KOP ได้ดูกัน)

     นักเตะคนที่ออกมาหาเรา เขาคือ ลิตมาเน่น ลิตตี้ พูดคุยกับเรา และก็แจกลายเซ็น ให้กับเรารวมถึงถ่ายรูป เป็นที่ระลึกให้กับเราด้วยเช่นกัน เราก็มอบรูป ให้เขาเหมือนกับคนอื่นๆ

     คราวนี้ เอมิล เฮสกี้ ก็ออกมาพวกเรา และก็มาถามถึงรูปของเขา ว่ามีไหม เหมือนอย่างที่ เจมี่ กับ สตีเฟ่น ได้แบบนั้นนะ เรามีอีกไหม? แน่นอนสำหรับกองหน้า ค่าตัวแพงที่สุด ของสโมสร เราจะไม่มีให้ได้อย่างไง เมื่อเขาเห็นรูป ของเขาแล้วดูเขาจะชอบมันมาก เขาหัวเราะ จนเห็นฟันสีขาวเลยหล่ะ และเขาตั้งใจแจกลายเซ็น เหมือนกับนักเตะคนอื่นๆ ให้กับพวกเราด้วย บรูโน่ บอกกับเราว่า แน่นอนผมจะเอาไปอวดเพื่อนๆ บ้าง

     สักพักหนึ่ง นักเตะคนสุดท้าย ที่ยิงประตูปิดท้าย สนาม เวมบลีย์ ก็เดินออกมาหาเรา พร้อมกับแจกลายเซ็น ให้พวกเรา เขาก็คือ ดีทมาร์ ฮามันน์ (ผมต้องเรียกเขาว่า ดีดี้ เขาถึงจะหัน ดูเขาจะชอบ ให้เราเรียกเขาเช่นนั้น) ดีดี้ ก็เหมือนนักเตะคนทั่วๆไป ก็คือ แจกลายเซ็น และพวกเรา ก็มอบของที่ระลึกให้ และคนต่อมาก็มาทั้งคู่เลยก็คือ สเตฟาน เฮนโชซ และ มาร์คุส บับเบิ้ล ซึ่งทั้งคู่ทักทายกัน กับเราอย่างดีมากๆ แต่ที่พวกเรานั้น ต้องขอโทษ บับเบิ้ล เป็นอย่างสูงนั่นก็คือ สะกดชื่อเขาผิดไป แต่ทว่าเจ้าตัวกลับชอบ และบอกว่า ไม่เป็นไรเขาได้รูปนี้ เขาก็พอใจแล้ว และนักเตะคนต่อมานั้น เดินตรงเข้ามาหาผมเลย เขาคือ แดนนี่ เมอร์ฟี่ย์ (ถือไม้คิวสนุกเกอร์มาด้วย) ซึ่งเขาบอกว่า เขาเห็นรูปของ คาราเกอร์ และ ไรท์ แล้วของเขามีไหม? (อยากได้หล่ะสิ ถ้าอยากได้ก็ต้องยิง แมนฯยู ให้ได้อีกนะ) ก็ช่วยกันรื้อของ หารูปให้เขา และแล้วก็หาจนได้ แต่รูปนี้ แม้จะดูแก่กว่าตัวจริง แต่ว่ามีทีเด็ดอยู่ที่ รูปนั้นเป็นที่ เมอร์ฟี่ย์ ยิงประตูดับผีแดง
ก่อนที่เขาจะกลับ ไปพักผ่อน ผมก็อดถามไม่ได้ว่า คุณจำบรรยากาศ ตอนที่คุณทำสกอร์ ในสนาม โอลด์แทรฟฟอร์ด วันนั้นได้ไหม? เมอร์ฟี่ย์ ตอบว่า "บรรยากาศในวันนั้น เขาจำได้ดีทุกวันนี้ เขายังไม่ลืมมันเลยแม้แต่น้อย มันเป็นคืน ที่วิเศษมากสำหรับผม และ The Kop ที่ตามไปเชียร์เรา และที่สำคัญ เพลง YOU ' LL NEVER WALK ALONE จาก The Kop นั้นเป็นกำลังใจ ให้พวกเรา ได้เป็นอย่างดี และรู้สึกว่ามันไพเราะ กว่าที่ไหนๆอีก" (นี่คือคำตอบจาก ผู้ที่ยิงประตูปลดปล่อย ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ปี 1990 ปัจจุบัน 11 ปี แล้วกว่าเราจะมาชนะที่นี่ จากการยิงประตูของ จอหน์ บาร์นส์ ทั้ง 2 ลูก 2- 0)

     

     

     และตอนที่เรา กำลังพูดคุยกันกับ เมอร์ฟี่ย์ อยู่นั้นผมเหลือบเห็น โจ โคริแกน (ไม่ใช่ โจ เฟแกน นะครับ ถ้า เฟแกน มาหล่ะก็ ตัวใครตัวมัน นะครับ) ผมเองก็เดินไปหาอดีต ผู้รักษาประตูของ แมนฯซิตี้ และได้เอารูป ให้เขาเซ็น รูปนี้เป็นรูปในหนังสือ ของสยามสปอร์ต เล่มไหนผมจำไม่ได้ แต่รู้ว่าอยู่หน้าหลังสุด และก็เขียนว่า BEHIND THE SCENE นะครับผม กให้ โจ เซ็น และดูแล้ว โจ เขาก็คงดีใจที่มีแฟนๆ ให้การต้อนรับ บรรดา Staff ด้วยเช่นกัน ซึ่งผมได้ใกล้ชิดกับ โจ แล้วรู้สึกว่า โจ ตัวใหญ่มากๆ สมแล้วครับกับการเป็น ผู้รักษาประตู เพราะจากวันซ้อม ประตูทั้ง 3 คนของ ลิเวอร์พูล นั้นตัวเล็กมากเมื่อเทียบกับโจ ก่อนจากก็บอกกับเขาว่า พี่ชายผม ฝากมาบอกว่าสมัยที่คุณเป็น ผู้รักษาประตู นั้นคุณเก่งมาก ซึ่ง โจ ก็ยิ้มและ say Thank you .และเขาก็เดินไปห้องพักผ่อน

     คราวนี้มาถึงคิวของ 2 ซุปเปอร์ สตาร์ชาวเช็ค ทั้ง เบอร์เก้อร์ และ ซมิเซอร์ รวมถึง แกรี่ แม็คฯ ฮีโร่นัดชิง UEFA CUP ก็ออกมาพร้อมกันทั้ง 3 ท่าน และทั้งค ู่ก็เดินตรง มาหาพวกเราทันที (ท่าทางยิ้มแย้มมาก ) และเขาก็เริ่มแจก ลายเซ็น ให้กับเราด้วย ท่าทางที่เป็นมิตรมากๆ โดยเฉพาะ เบอร์เก้อร์ นั้นดูจะชอบรูป ที่เรามอบให้เขาเป็นพิเศษ ลืมบอกไปว่า ตัวจริงของ ซมิเซอร์ นั้นตัวไม่ใหญ่เท่าใดนัก (เท่าๆกับผมได้มั้ง) แต่ว่า น้าแม๊คฯ นั้นตัวใหญ่ไม่ใช่เล่นครับ และทั้งคู่ก็เดินจากไปพร้อมกับ ของที่ระลึกจากพวกเรา L.T.F. (คงเอาไปอวดเพื่อนๆกันอีกแน่นอน)

     หลังจากที่ เบอร์เก้อร์ และ ซมิเซอร์ ไปได้ไม่นาน คราวนี้พวกเรา L.T.F. ก็กำลังจะดูว่า รูปที่เราเตรียมมานั้น เหลือเท่าไร? แล้ว กำลังจะเช็คอยู่แล้ว นักเตะที่ตัวเล็กที่สุดในทีม และเร็วที่สุดในทีม ก็เดินออกมาเขาก็คือ ไมเคิล โอเว่น เขาเดินออกมา และก็ดูเขาจะตั้งใจเซ็น ให้พวกเรามากจริงๆ ดูเป็นกันเองกับ THE KOP ในเมืองไทยมากๆ และเราก็มอบของให้กับ โอเว่น ซึ่งเป็นรูป ที่เขาได้แล้ว เมื่อคืนวันที่ 17 ในงานกาล่าร์ ดินเนอร์ แต่เจ้าตัวก็ชอบมันอยู่ดี เห็นยิ้มแป้นเลยครับ (เขาเซ็นลายเซ็น ของเขาลงบนเสื้อผมด้วยครับ) หลังจากนั้น ก็เป็นกองหน้าอีกคนหนึ่ง ที่เดินมาหาเรา และผมคิดว่า เขาคงเป็นขวัญใจ ของบรรดาสาวๆ ในเมืองไทยด้วย ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ เขาเดินออกมา และก็เข้ามาคุยกับเรา และแจกลายเซ็น ให้เราอย่างชนิดที่ว่าแจกไม่อั้นเลย และที่สำคัญ พี่ชัย THE KOP นั้นหลายคนบอกว่า เขาหน้าตาค่อนข้างเหมือนกับ ฟาวเลอร์ ผมก็เลยไม่ขัดศรัทธาแฟนๆ โดยให้พี่ชัยได้ถ่ายรูปคู่กับ ฟาวเลอร์ ให้จุใจไปเลย (จะได้รู้สักที ว่าใครจะเป็นพี่ เป็นน้องกันแน่ หน้าเหมือนกันนัก) ตามมาด้วยนักเตะที่ แฟนสวย เจ็บบ่อย และเป็นกัปตันทีม ของทุกคนเสมอ เขาก็คือ ….. เจมี่ เร็ดแนปป์ เขาก็เหมือนกับนักเตะทั่วๆ ไปที่ มีความเป็นมิตร กับพวกเรามากๆ ผมยอมรับครับว่า เจมี่ มีความเป็นกันเองกับแฟนๆ สูงทีเดียว (ตัวจริงก็หล่อซะด้วยครับ) ซึ่งผมก็บอกเขาอีกว่า ฤดูกาลหน้า เค้นฟอร์มอันสุดยอด ออกมาให้ The Kop ได้เห็นกันอีกนะ" ซึ่ง เจมี่ บอกกับเราว่า "เขาก็หวังว่า จะพยายามเค้นฟอร์มของเขาออกมาให้แฟนๆ ได้ดูกันอีกแน" และเขาก็จากไป พร้อมกับของที่ระลึกที่ พวกเรา L.T.F. เตรียมมาให้ นักเตะคนสุดท้าย ที่เดินเข้ามาหาเรา เขาคือ ซานเดอร์ เวสเตอร์เวลด์ ถ้ามีคนให้ผมจัดอันดับ นักเตะที่ Friendly มากที่สุด ผมขอเลือก เวสเตอร์เวลด์ เขาดูเป็นกันเองกับแฟนๆ มากจริงนะครับ (อาจจะเป็น เพราะเขาเป็นคนที่ทำเว็ปไซด์ เขาจะทำอะไรนั้น ต้องทำให้คนส่วนใหญ่ ประทับใจในตัวเขาก็เป็นไปได้) ซึ่งพวกเรานั้น ก็ได้อ่านกันจากคอลัมน์ ของพี่ ไทซอน (ทุกวันอาทิตย์ ทางหนังสือพิมพ์ สตาร์ซ้อคเก้อร์) และก่อนที่ ซานเดอร์ จะจากไปนั้น เฮียทอม ก็ได้บอกกับ ซานเดอร์ ว่า "เวลาเล่นกับ แมนฯยู นั้นอย่าเสียประตูเลยนะ" ซานเดอร์ ก็ตอบว่า "เหมือนกับฤดูกาล ที่แล้วใช่ไหม เขาจะเล่นให้ได้ แบบนั้นอีก ผมก็บอกเขาบ้างว่า "เวลาคุณเล่นในศึก เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ แมตซ์ อย่าให้เสียประตูจะได้ไหม" ซานเดอร์ ยิ้มเล็กน้อย พร้อมกับบอกเราว่า "แม็ตซ์ที่ว่านั้น ตัวเขายอมรับว่า กดดันมาก โดยเฉพาะแฟนบอล ไม่ว่าจะเล่น เหย้า - เยือน แต่เขาจะพยายามเล่นให้ดีที่สุด"

     และนักเตะคนสุดท้าย ก็เดินจากเราไป พร้อมๆ กับของที่ระลึกจากเรา และแล้วภารกิจ ของเรา ลิเวอร์พูลไทยแลนด์แฟนคลับ (L.T.F. ) ในการมอบของที่ระลึก ให้กับนักเตะ และบรรดา Staff ของ LIVERPOOLFC ก็จบลงด้วยความชื่นมื่น ทั้งกับพวกเราเอง และก็บรรดานักเตะ ที่ได้ของที่ระลึกนี้ไปด้วย (ถ้านักเตะไม่ชอบ เขาคงไม่เอาไปแหย่กันแน่ๆ) ความเหนื่อยตลอด 3 วัน ที่ผ่านมาหายไปหมด เมื่องานนี้สำเร็จ และพวกเรา จะเก็บบรรยากาศ ประทับใจนี้ ไว้ในใจตลอดไปอย่างแน่นอน

     

     

     ขณะที่เรา กำลังจะกลับนั้น 3 ผู้ยิ่งใหญ่ของสโมสร ริค แพร์รี่ ,ฟิล ธอมป์สัน ,เชราร์ อุลลิเย่ร์ ก็ได้เดินออกมา จากห้องพักนักเตะและก็พูดคุยกับพวกเรา ลิเวอร์พูล ไทยแลนด์ แฟนคลับ (L.T.F. )

     ริค แพร์รี่ เขาบอกว่า ขอบคุณในของที่ระลึก ที่มอบให้เขา เขาชอบมันมากเลย และเขาก็หวังว่า ถ้าเขากลับมาอีก คงเจอพวกเราอีกนะ ผมก็ถามไปว่า "คุณจะมาเยือน เมืองไทยอีกกี่ปี" ริค บอกเราว่า "เราจะมาอีกแน่นอน ระหว่าง 2 - 5 ปี ไม่แน่อาจจะมาปี 2003" นี่คือ คำตอบจ ากผู้บริหารสโสรลิเวอร์พูล

     * คุณรู้หรือไม่ ริค แพร์รี่ ก่อนที่เขา จะเข้ามาทำงาน ในสโมสรทิ่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในเกาะอังกฤษแห่งนี้ เขาได้ทำงานให้กับ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (F.A ) มาก่อนแล้ว*

     จากนั้น ผมเองก็ได้ขอร้อง อุลลิเย่ร์ แกมบังคับว่า "The Kop จากทั่วโลกกำลังรอ ถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ลีก และถ้วยยูโรเปี้ยนคัพ อยู่ ฤดูกาลหน้า คุณจะนำมันมาประดับตู้โชว์ ที่สโมสร และเป็นที่ชื่นใจของ The Kop จะได้ไหม? อุลลิเย่ร์ ก็บอกว่า ฤดูกาลหน้านั้น ต้องยอมรับว่า เป็นงานที่หนักมาก และลูกทีมเขาต้องพยายามอย่างหนัก แต่เขาและลูกทีม ของเขาก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด เท่าที่จะทำได้

     และคนสุดท้าย ฟิล ธอมป์สัน (นักเตะที่มีโอกาสได้ชูถ้วย ยูโรเปี้ยนคัพ ปี 1981) ซึ่งผมก็ได้ถามเขา เช่นเดียวกันกับ อุลลิเย่ร์ เขาก็ตอบลักษณะ เดียวกันกับ อุลลิเย่ร์ (อาจจะเป็นเพราะเขานั้นเป็น ผู้ช่วยของอุลลิเย่ร์ จึงมีความคิดเหมือนๆกัน)
ผมนึกได้ว่า ตอนที่ พวกเรา ได้มีโอกาสต้อนรับ ฟิล และ ริค นั้น (27/3/01) และเราก็ได้มอบ ของที่ระลึก ที่เป็น รูปหัวกะโหลก เขียนว่า "YOU BORN INTO IT" ซึ่งทั้งสองท่าน บอกกับเราว่า จะนำไปไว้ที่ พิพิธภัณฑ์ ในสโมสรลิเวอร์พูล ตอนนี้ รูปนั้นอยู่ที่ไหนแล้วครับ? ฟิล ตอบเราว่า "ไม่ต้องกังวล ตอนนี้ รูปที่คุณมอบให้เรานั้น เราเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ และถ้าคุณไปที่นั่น คุณก็จะต้องเห็นมันอยู่ที่นั่น อย่างแน่นอน (พวกเราก็อยากไปดูนะ แต่ส่งตั๋วมาให้เราบ้างสิครับ) เฮียทอม ถามบ้างว่า ถ้าจะให้ แมนฯยู และ ลิเวอร์พูล แข่งกันในเมืองไทยนั้น คุณมีความเห็นอย่างไร จะแข่งกันไหม?
ฟิล ธอมป์สัน ตอบได้อย่างสะใจ The Kop มากๆ (สมแล้วที่มีเลือด The Kop เต็มตัว ) เขาตอบเราว่า "จะแข่งไปทำไม เสียเวลาเปล่าๆ ไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด ฤดูกาลที่ผ่านมาเรา ชนะทั้งเหย้า - เยือน (ได้ 3 ประตูไม่เสียเลยสักลูก) ถ้าแข่งอีก ก็ไม่รู้จะแข่งไปทำไม พวกเราก็ถามว่า แล้ว เกรเกอรี่ วิญอล ทำไมไม่มา ซึ่ง ฟิล ตอบว่า "เกรเกอรี่ วิญอล นั้น ไปเล่นให้ กับทีมชาติฝรั่งเศส แข่งกับ อาร์เจนตินา ทำให้ไม่สามารถ มาร่วมทัวร์เอเชียได้ ซึ่งเราเตรียมของ ที่พิเศษให้เขาด้วย

     * คุณรู้หรือไม่ วันที่ 19 กรกฏาคม 2544 นั้น เป็นวันคล้ายวันเกิดของ เกรเกอรี่ วิญอล (อายุครบ 21 ปี) ซึ่งพวกเรา ลิเวอร์พูลไทยแลนด์แฟนคลับ ได้เตรียมของ สุดพิเศษไว้ให้เขาแล้วแต่เขาไม่มา ก็เลยต้องฝากให้กับ ฟิล ธอมป์สัน ไปให้นักเตะฝรั่งเศส ผู้นั้น รวมถึง เฮ็กเก้ม ด้วยเช่นกัน

     ก่อนที่เราจะเดินลงลิฟต์ ไปข้างล่างนั้น ฟิล ธอมป์สัน บอกกับพวกเราว่า "เย็นนี้ อย่าลืมไปดูการแข่งขันนะ" (แน่นอนพวกเราไม่พลาดแน่นอน) พวกเรา ลิเวอร์พูล ไทยแลนด์ แฟนคลับ พร้อมกับ พี่เปี๊ยบ คุณแคธี่ ก็กำลังจะลงลิฟต์อยู่แล้ว ก็ได้เจอกับ เป๊กกี้ อาร์กเฟอร์ซัด ซึ่งก็กำลังจะขึ้นลิฟต์ เหมือนกัน แม้ว่าเวลาที่เราจะมีนั้นน้อย แต่ว่าเขาก็ เซ็นลายเซ็นให้กับเรา และแน่นอน พวกเราก็มอบของที่ระลึก ให้กับ ประตูสำรองของลิเวอร์พูล ด้วยเช่นกัน ของที่ระลึก ที่เราเตรียมมานั้น มอบให้นักเตะและ Staff ทุกคนเรียบร้อยแล้ว
และแล้วก็มาถึง งานสุดท้ายก็คือ เข้าชมการแข่งขันฟุตบอล COKE SUPER CUP LIVERPOOL FC vs THAILAND ที่สนาม ราชมังคลาฯ หัวหมาก พร้อมกับสมาชิกและ The Kop บางส่วนที่จะเข้าชมการแข่งขันฟุตบอล ประวัติศาสตร์นัดนี้ด้วยเช่นกัน

 

อ่านต่อหน้า [2]

 

LiverpoolThailand.com. All rights reserved. Best viewed with IE 5.xx or higher, Screen Resolustions 800x600 pixels